February 5, 2013

เปิดตัว Blackberry 10 แบล็กเบอรี่ 10

เปิดตัวแล้วสำหรับ Blackberry 10 (แบล็กเบอรี่ 10) ในงานแถลงข่าวที่นิวยอร์กเมื่อวันพุธที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากการเปิดตัวซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาอย่างเป็นทางการ งานนี้ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบล็กเบอร์รี Blackberry หรือบีบียังประกาศหลายเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ซึ่งจะมีผลต่ออนาคตของบริษัทด้วย

      
Mashable สรุปหัวข้อเรื่องที่ชาวไซเบอร์ควรรู้เกี่ยวกับงานนี้ไว้อย่างครบถ้วนและได้ใจความ ซึ่งจะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของแบล็กเบอร์รีในอนาคตได้เป็นอย่างดี
       
ริม หรือ RIM ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยยกเลิกชื่อ RIM มาใช้ชื่อ BlackBerry เป็นชื่อบริษัทเต็มตัว ล่าสุดบริษัทปรับสัญลักษณ์ในตลาดหุ้นจากตัวอักษร RIMM มาเป็น BBRY พร้อมกับเปิดตัวสโลแกนใหม่ของบริษัทว่า “One brand, one promise.” ซึ่งแปลเป็นไทยว่าแบรนด์เดียวคำมั่นสัญญาเดียว
      
ทั้งหมดนี้แบล็กเบอร์รีมีแผนโปรโมตชื่อใหม่ของบริษัทสู่สายตาประชาชนครั้งแรกในโฆษณาสำหรับมหกรรมอเมริกันฟุตบอล Super Bowl ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ นี่ไม่ใช่แบล็กเบอร์รีสำหรับคนรุ่นพ่อ

      
สื่อต่างชาติยกให้ BlackBerry 10 เป็นระบบปฏิบัติการที่นำเสนอรูปแบบใหม่ของแบล็กเบอร์รีอย่างชัดเจน ตัวโอเอสนั้นให้ความสำคัญต่อ BlackBerry Hub ซึ่งเป็นส่วนที่มีชื่อเล่นว่า universal inbox หรือกล่องข้อมูลเข้าครอบจักรวาลที่ประกอบด้วยอีเมล, ข้อความ text, การแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงข้อมูลงานปฏิทินในส่วน Calendar
       
ความพิเศษของ Hub ยังอยู่ที่การเป็นปฏิทินงานอัจฉริยะที่ดึงข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนัดหมายครั้งนั้นให้ปรากฏบนปฏิทินในหน้าต่างเดียว จุดนี้ทำให้ BlackBerry 10 สามารถเปิดทางให้การติดต่อประสานงานเพื่อนัดหมายทำได้ง่ายมากขึ้นอย่างน่าสนใจ
      
ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึง Hub ได้ไม่ว่าจะใช้งานแอปพลิเคชันใดอยู่ โดยการลากนิ้วปัดหน้าเพจที่ใช้งานอยู่ออกไปด้านข้าง
      
แอปพลิเคชันกล้องถ่ายภาพก็เป็นอีกจุดขายของ BlackBerry10 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตบีบีคาดหวังว่าแอปพลิเคชันกล้องจะสามารถทำให้บีบีสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Time Shift ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขภาพบางจุดได้ง่าย ฟีเจอร์นี้จะแก้ปัญหาภาพหมู่ที่สมาชิกในภาพบางคนหลับตาได้ โดยสามารถเลือกการเปลี่ยนแปลงเฉพาะส่วนใบหน้าของสมาชิกรายนั้น
      
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ชื่อ Story Maker ผู้ใช้บีบีจะสามารถผูกภาพนิ่งหลายภาพเป็นวิดีโอ ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถแชร์ภาพวิดีโอได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมเสริม
      
อีกจุดเด่นคือโปรแกรมคีย์บอร์ดเสมือนใน BlackBerry 10 อย่างที่เคยมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ความสามารถในการคาดเดาซึ่งแบล็กเบอร์รีระบุว่าเป็นการเรียนรู้นั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่นการพิมพ์อักษร b และ o จะปรากฏคำให้ผู้ใช้เลือกทั้ง Box หรือ Boring ซึ่งคำเหล่านี้แบล็กเบอร์รีระบุว่าจะสุ่มตามคำที่ผู้ใช้แต่ละคนเคยพิมพ์ไว้ ทำให้การเสนอคำแตกต่างไปตามแต่ละบุคคล ตรงนี้ถือว่าน่าดีใจเพราะผู้ใช้ชาวไทยสามารถใช้งานคุณสมบัตินี้ได้กับคีย์บอร์ดภาษาไทย
      
อีก 2 คุณสมบัติที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ BlackBerry Balance ฟีเจอร์ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถถืออุปกรณ์เดียวเพื่อทำงานและใช้งานส่วนตัว ซึ่งบริษัทองค์กรยังสามารถควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่อง ขณะที่ผู้ใช้ยังสามารถใช้งานส่วนตัวได้อย่างเพลิดเพลิน และ BlackBerry Messenger บริการรับส่งข้อความส่วนตัวของบีบีซึ่งถูกยกนิ้วว่าเป็นบริการที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการด้วยกัน งานนี้แบล็กเบอร์รีประกาศเพิ่มคุณสมบัติวิดีโอแชตให้ชาวบีบีสามารถคุยกันแบบเห็นใบหน้าได้ตั้งแต่วันพุธที่ 30 มกราคม 2013


0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.